Visit Siripat.Com
แก่นสารแห่งพุทธธรรม
คุณธรรมแห่งสัตบุรุษ นั่นคือ ปริยัติสัทธรรม ปฏิบัติสัทธรรม ปฏิเวธสัทธรรมสัทธรรม
ศึกษาพุทธศาสนาพื้นฐานแห่งการสร้างความดีแก่ชีวิต
  ดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูลข้างล่างฟรี
     -
|  Your IP Addresss: 38.107.179.237     Users Online: 0  
สันติบทแห่งการวิวัฒน์ปัญญาวิสุทธิของมนุษยชาติ  
 
  | หน้าหลัก   | เกี่ยวกับเรา   |   เอกสารธรรมทาน  | สมัครสมาชิก    | ติดต่อเรา  |                    
  ขอบคุณมากที่ท่านมาเยี่ยมเรา   
    UserName:     Password:        
Sign Up Your Account
  Note: Best View on the Screen Resolution of 1920 X 1080 Pixels
   ปรับปรุงครั้งล่าสุด - Last Modified: May 20, 2012 9:55 PM  
Welcome to the Best Quality Website of Buddhism
Visitor Number:
1797
    พุทธพจน์: “ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ” สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหลายมีความดับไปเป็นธรรมดา
  สมัครสมาชิก
  
 "จิตคือพุทธะ
  
คำแนะนำ: ดับเบิลคลิกที่คำภาษาอังกฤษ ๒ ครั้ง เพื่อค้นความหมายเพิ่มเติม 
 รายการลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
รายการหลักของเว็บไซต์
  หน้าหลัก
  เกี่ยวกับเรา
  ปณิธานต่อหลวงปู่ทา
  ชีวประวัติหลวงปู่มี
  ชีวประวัติหลวงปู่ทา
  การพัฒนาองค์กร
  เอกสารธรรมทาน
  คำบรรยายหลักปฏิบัติธรรม
  พจนานุกรมพุทธศาสตร์ I
  พจนานุกรมพุทธศาสตร์ II
  ผลงานด้านบริการ
  ประมวลภาพกิจกรรม
  สินค้าและบริการ
  บริจาคทานและการกุศล
  การชำระเงิน
  กัลยาณมิตรสัมพันธ์
  สมัครสมาชิก
  ติดต่อเรา
  เว็บไซต์พันธมิตร
  Siripat RSS Feed
  แผนที่ศูนย์บริการ
 
Webmaster Control
  Webmail Login (Reserved)
  Control Panel (Reserved)
  FTP Address (Reserved)
  View Log File (Reserved)
 

รับข้อมูลข่าวสาร RSS
อ่าน RSS Feed
 

งานพิธีถวายเพลิงศพ
พระอาจารย์สุรเนตร อมโร ร่วมในงานพิธีถวายเพลิงศพ หลวงปู่ทา จารุธมฺโม พระอริยเจ้าผู้มีธรรมงามพร้อม วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๐ ณ เมรุชั่วคราว วัดถ้ำซับมืด อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ผู้เขียนบรรยายและสหธรรมิก ได้มีโอกาสจัดโรงทานร่วมกัน ในงานครั้งนี้ด้วย ดูชุดภาพถ่ายพิธีสำคัญ
งานพิธีพระราชเพลิงศพ



มุมเสวนาธรรม

ธรรมะ คือ ธรรมชาติ
ผู้มีศีลเป็นปกติ คือ ปกตัตต์ นั่นคือ ผู้มีตนเป็นปกติ
เว็บไซต์ Siripat.Com ใคร่อยากให้ท่านสมาชิก หรือผู้แวะมาเยือนทั้งหลาย มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนแนวคิด เกี่ยวกับแนวคิดแนวปฏิบัติ ในพระพุทธศานา เพื่อเป็นการส่งเสริมการพัฒนาความคิด ในทางสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ ต่อการดำเนินชีวิตอย่างแท้จริง คลิกลิงค์ข้างนี้ เพื่อเข้าแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน นะครับ ด้วยความปรารถนาดี

ร่วมแสดงความคิดเห็นด้านธรรมะ



บริการวิชาการ 2548

ผศ. ดร. อารีวรรณ เอี่ยมสะอาด
และผู้เขียนบรรยาย
อธิบายถึงโครงการ EPA
Academiae Network (2005) ได้ร่วมประสานงานในโครงการ English Program Academy (EPA) และพัฒนาเว็บไซต์ EPA.Com และบรรยายกระบวนวิชา "เทคโนโลยีการศึกษา" (Educational Technology) ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา คณะศึกษาศาสตร์

ชุดภาพงานบริการสังคม



พุทธศิลป์หลวงพระบาง

 ทานมัย บุญกิริยาวัตถุ คือ การทำบุญด้วยการให้ปันสิ่งของ
บุญกิริยาวัตถุ ๓ หมายถึง ที่ตั้งแห่งการทำบุญ เรื่องที่จัดเป็นการทำความดี หลักการทำความดี ทางทำความดี ได้แก่
(๑) ทานมัย บุญกิริยาวัตถุ คือ ทำบุญด้วยการให้ปันสิ่งของ
(๒) สีลมัย บุญกิริยาวัตถุ คือ ทำบุญด้วยการรักษาศีล หรือประพฤติดีมีระเบียบวินัย และ
(๓) ภาวนามัย บุญกิริยาวัตถุ คือ ทำบุญด้วยการเจริญภาวนา นั่นคือ การฝึกอบรมจิตใจเจริญ
เมืองหลวงพระบาง ตั้งอยู่ทิศเหนือของประเทศลาว เป็นเมืองเก่าแก่ที่รักษาพุทธศิลป์ อันเป็นเอกลักษณ์ของตน สหธรรมิก (Co-Religionists) ของเรา คือ คุณมานะ สุวรรณคำ ได้ฝากรูปถ่ายพุทธศิลป์ มาเป็นของฝาก เพื่อนสมาชิกทุกท่าน คลิกชมภาพคลาสสิคสวยๆ ของผู้เสกสรรค์แห่งภาวิตัตต์ คือ ผู้มีตนอันได้พัฒนาถึงพร้อมแล้วแห่งพุทธะ

พุทธศิลป์หลวงพระบาง



ความสำคัญที่สุดของพุทธศาสนา
การประจักษ์ชัดในความจริงอันสูงสุดระดับปรมัตถ์ย่อมเกิดขึ้นจากการประพฤติปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนา ด้วยการเจริญวิปัสสนาสภาวธรรมทั้งหลาย นั่นคือ การฝึกฝนอย่างจริงจังโดยเริ่มต้นจากสมาธิภาวนา ซึ่งจะครอบคลุมถึงไตรสิกขา ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา ตามลำดับ หลักการประพฤติสัมมาปฏิปทาที่เกิดขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายไปสู่ความตรัสรู้ธรรมเพื่อความหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งหลาย ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งการสร้างความดี อันเป็นการกระทำที่เป็นฝ่ายกุศลธรรมทั้งหมด ดังนั้น บุคคลที่จะตรัสรู้ได้จึงเป็นบุคคลที่พัฒนาตนเองไปสู่ความหมดจด ความบริสุทธิ์สมบูรณ์แห่งไตรสิกขาทั้งกระบวนการ ซึ่งจะได้รับการรับรองว่าเป็น “อริยบุคคล” (Noble Individual) ก่อน กระบวนการพัฒนาตนเองให้ถึงพร้อมความดีจึงเป็นเรื่องสำคัญในพุทธศาสนา ต้องใช้เวลาชีวิตเป็นเครื่องตัดสินความสำเร็จ ซึ่งแต่ละคนอาจใช้เวลาหลายภพหลายชาติมากน้อยแตกต่างกันไป ความสำเร็จในพุทธศาสนาไม่ได้ขึ้นอยู่กับการครอบครองความไพบูลย์แห่งโภคทรัพย์ แต่เป็นการนำพาจิตใจและปัญญาให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งหลายเป็นสำคัญ ทำการยกระดับพัฒนาศักยภาพทางจิตและปัญญาให้หมดจดด้วยวิสุทธิทั้ง ๗ ประการ โดยผ่านหลักการประพฤติปฏิบัติที่ถูกต้อง ได้แก่ กฎแห่งกรรม เบญจขันธ์ ปฏิจจสมุปบาท ไตรลักษณ์ และอริยสัจจ ๔ ด้วยความรู้จริงเห็นแจ้งแห่งญาณทัสสนะซึ่งเป็นจิตตัวรู้ที่ทำหน้าที่หยั่งรู้ในสภาวธรรมทั้งหลาย อาจกล่าวได้ว่า แนวทางพัฒนาปัญญาแบบพุทธศาสนานั้น ถือเป็น “นวัตกรรมทางด้านปัญญาระดับโลก” (World-Class Wisdom Innovations) ที่ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา นั่นคือ ความเป็นหลักธรรมด้านทฤษฏีที่ไม่มีความล้าหลังเกิดขึ้น ในการอธิบายปรากฏการณ์แห่งสภาวธรรมในทุกศาสตร์อย่างไม่มีข้อจำกัด เพราะฉะนั้น สาธุชนทั้งหลายผู้ได้มีโอกาสเข้ามาพบพุทธธรรมอันแท้จริงไม่ควรพลาดโอกาสแห่งชีวิตในกาลนี้เลย




 


อาจารย์นิธี ศิริพัฒน์
 
ผู้เขียนบรรยายและเว็บมาสเตอร์
 
เมื่อท่านมีความตั้งใจในการเริ่มต้นศึกษา พระสัทธรรม ก็แสดงว่าท่านเริ่มเข้าใกล้ เส้นทางแห่งอริยมรรค ผล นิพพาน แล้ว เพียงแต่ท่านระงับนิวรณ์ให้ได้ และมั่นเพียรปฏิบัติ ทุกสิ่งทุกอย่างมีใจเป็นประธาน จะสำเร็จหรือล้มเหลวก็อยู่ที่ใจ เช่นเดียวกัน พระพุทธองค์ทรงตรัสเตือนสั่งสอน ไม่ให้พวกเราทั้งหลายประมาท ในพระธรรมและชีวิต เพราะนั้นหมายถึง การถูกอวิชชาปิดบังปัญญา ไม่ให้เห็นแจ้งรู้จริง ในสภาวะที่แท้จริงโดยปรมัตถ์

Saying For You



ศึกษาเอกสารธรรมะ
Powered by Academiae Network
บทความพิเศษประจำปี 2554 (อาจารย์นิธี ศิริพัฒน์ - ฉบับรวมเล่ม ๒๕๕๔)
แก่นสารแห่งชีวิต: ด้วยสัมมาปฏิปทาจากสามัญชนสู่อริยบุคคล
The Basic Matter of Life: With the Right Path from Common Man to the Noble One
เนื้อหาของบทความมุ่งเน้นการทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับหลักธรรมที่เป็นพื้นฐานขึ้นไป เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากหลักความจริงโดยปรมัตถ์ และเป็นขั้นตอนของการต่อยอดองค์ความรู้ระหว่างทางโลกกับทางธรรม ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้หลักธรรมในการประพฤติปฏิบัติธรรมจริง และอย่างถูกต้องตามหลักสมาธิภาวนา ซึ่งเริ่มตั้งแต่พื้นฐานจนถึงสูงสุดแห่งการเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน
 
เอกาสารชุดนี้ มีความเหมาะสมสำหรับทั้งผู้มีพื้นฐาน และไม่มีพื้นฐาน ในด้านการปฏิบัติธรรม ดังนั้น จึงควรอ่านทบทวนและพิจารณาไตร่ตรองหลายๆ รอบ เนื้อหาสาระของเอกสาร แก่นสารแห่งชีวิต: ด้วยสัมมาปฏิปทาจากสามัญชนสู่อริยบุคคล (The Basic Matter of Life: With the Right Path from Common Man to the Noble One) จะมุ่งเน้นในประเด็นที่เกี่ยวกับแก่นธรรมเชิง ทั้งปริยัติสัทธรรมและปฏิบัติสัทธรรมในเวลาเดียวกัน เพื่อให้ผู้อ่านได้พบแนวทางปฏิบัติอย่างแท้จริง คือ สัมมาปฏิปทา หรือ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา (มรรค) ในหลักธรรม อริยสัจจ์ ๔ นั่นคือ มัชฌิมาปฏิปทา แห่งเส้นทาง มรรคมีองค์ ๘ และเพื่อเกิดความรู้แจ้งเห็นจริงในกฎธรรมชาติแห่งหลักธรรม อันเกี่ยวเนื่องกับหลักธรรม ซึ่งเปรียบเหมือนกับหลักทฤษฎีที่ต้องนำไปอธิบายสภาวธรรมต่างๆ ที่ปรากฏในวิปัสสนาภูมิของตน ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำทุกประการ และเป็นการก้าวสู่สภาวะแห่งความเป็นอริยบุคคล ด้วยอริยมรรค ๔ อริยผล ๔ และนิพพาน ๑ นอกจากนี้ ผู้อ่านยังจะได้พบแนวทาง การเจริญไตรสิกขาที่หมดจดบริสุทธิ์สมบูรณ์แห่ง วุฏฐานคามินีปฏิปทา (การเจริญวิปัสสนาญาณ) ที่ครูบาอาจารย์แห่งการวิปัสสนากัมมัฏฐาน ได้ตรัสรู้ธรรมทั้งหลายมาแล้วด้วยดี
   
   
   
 
บุคคลที่ได้ชื่อว่า “ผู้เกิดพลาด” ทุกชาติ:
การบำรุงรักษาสิ่งใดๆ ในโลก การบำรุงรักษาตน คือ “ใจ” เป็นเยี่ยม จุดที่เยี่ยมยอดของโลก คือ “ใจ” ควรบำรุงรักษาด้วยดี “ได้ใจ” แล้ว คือ ได้ธรรม “เห็นใจแล้ว” คือ เห็นธรรม “รู้ใจแล้ว” คือ รู้ธรรมทั้งมวล “ถึงใจตนแล้ว“ คือ ถึงพระนิพพาน “ใจ” นี้ คือ สมบัติอันล้ำค่า จึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะมองข้ามไป “คนพลาดใจ” คือ คนไม่สนใจปฏิบัติต่อดวงใจดวงวิเศษในร่างนี้ แม้จะเกิดสักร้อยชาติพันชาติ ก็คือ “ผู้เกิดพลาด” อยู่นั่นเอง
(หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต วัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง จ.สกลนคร ๒๔๑๓ – ๒๔๙๒)
เกร็ดธรรมคำอาจารย์ใหญ่สายวิปัสสนากัมมัฏฐาน
   
   
ลิขสิทธิ์การพิมพ์เผยแพร่
อนุญาตให้ตีพิมพ์เผยแพร่ได้ เพื่อเป็นวิทยาทานเท่านั้น ขออนุโมทนาบุญ สาธุ



 

   
ความสำคัญของบทความ (ประจำปี 2554)
 
ผู้เขียนบรรยายมีปณิธานอย่างแรงกล้า ที่จะประมวลภาพรวมของแนวทางในการปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง เพื่อเป็นประโยชน์พุทธศาสนิกชนและสาธุชนทั้งหลาย อันประกอบด้วยแนวทางที่เป็นสัมมาปฏิปทาอย่างสูง และเพื่อเป็นการไม่เสียเวลาหรือหลงทางในการปฏิบัติธรรม ลำดับเนื้อหาของบทความจากบทที่ ๑ ถึงบทที่ ๕ ได้แก่ กฎแห่งกรรม เบญจขันธ์ ปฏิจจสมุปบาท ไตรลักษณ์ และ อริยสัจจ์ ๔ ตามลำดับ ทั้งหมดเป็นแนวคิดแนวทางแห่งสัมมาปฏิปทา เพื่อ “ความตรัสรู้วิมุตติธรรมแห่งอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ” ตามแนวทางขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก่อนที่พระองค์จะเข้าสู่ “พระมหาปรินิพพาน” ผู้เขียนบรรยายพยายามจะสรุปแนวทางปฏิบัติอันถูกต้องเป็นแผนผังประกอบทุกขั้นตอน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติธรรมได้นำไปพิจารณาหาข้อสรุปที่ถูกต้องใน “การเจริญภาวนาวิปัสสนากรรมฐาน” การอ่านซ้ำด้วยการพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วนตลอดเวลา และลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเองอยู่เสมอ จึงเป็นองค์ประกอบปัจจัยสำคัญแห่งความสำเร็จในเบื้องต้นของการปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง ดังนั้น ทุกแนวคิดที่นำเสนอจะอ้างอิงกับ “ข้อหลักธรรมจากพจนานุกรมพุทธศาสตร์” ของ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต) ด้วยคุณธรรมแห่งหลักธรรมและองค์ธรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดในการทำความเข้าใจในหลักธรรม “ไตรสิกขา” ทั้ง ๓ ประการ ได้แก่ (๑) ภาคทฤษฎี - ศีล (หลักธรรม - ปริยัติสัทธรรม) (๒) ภาคปฏิบัติ - สมาธิ (กิจวัตร - ปฏิบัติสัทธรรม) และ (๓) ภาคการลุผลสำเร็จ - ปัญญา (ผลสัมฤทธิ์แห่งความตรัสรู้ - ปฎิเวธสัทธรรม) อันสามารถแสดงแนวโน้มถึงการหยั่งรู้ด้วย “ปัญญาญาณแห่งพุทธญาณทัสสนะ” อันแท้จริง ด้วย “อริยมรรค อริยผล และพระนิพพาน” หลักธรรมที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงบัญญัติไว้ด้วยมาตรฐานเดียวกัน ย่อมเป็นหลักประกันความปลอดภัยแห่งชีวิตอันประเสริฐสุดของพุทธศาสนิกชนและสาธุชนทั้งหลาย ดังนั้น พวกเราทั้งหลาย จึงไม่ควรเกิด “ความวิตกสงสัยแห่งนิวรณ์” ในหลักธรรมและแนวทางปฏิบัติ ซึ่งผู้ปฏิบัติธรรมทุกคนจะต้องลงมือปฏิบัติธรรมด้วยตนเองเท่านั้น ด้วยการดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท “อัปปมาทะ” เพราะชีวิตและสรรพสิ่งทั้งหลาย “ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวใช่ตน ไม่ใช่เขา ไม่ใช่เรา” ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ คือ “กฎธรรมชาติแห่งพระไตรลักษณ์” ได้แก่ “อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” ผู้ปฏิบัติธรรมจึงต้องเจริญปัญญาให้รู้อย่างเท่าทันใน “สภาวธรรม - ปรากฏการณ์ - ธรรมชาติ” ณ ปัจจุบัน หมายถึง รู้อย่างเท่าทันใน “กิเลสและกองทุกข์ทั้งปวง” ด้วยองค์ธรรมใน “อริยสัจจ์ ๔” ด้วย “ความไม่ประมาท” ด้วย “สติสัมปชัญญะ” ด้วย “โยนิโสมนสิการ” (คิดตริตรองให้รู้ในสภาวธรรม ตั้งแต่ต้นตลอดสาย อย่างแยบคาย ถ่องแท้ ถูกวิธี มีระบบระเบียบ และมีคุณธรรม) ตลอดเวลา บทความทั้งหมด ๗ ตอน ดังกล่าวนี้ เป็นเพียงแต่ ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือ คำแนะนำ ที่เป็น “องค์ความรู้พื้นฐาน” เท่านั้น เพื่อเป็นขั้นบันไดให้ผู้ปฏิบัตินำไปเสริม “องค์ความรู้ในระดับสูง” ของตนเอง ให้เกิด “ศักยภาพแห่งจิตตานุภาพ” อันแท้จริงในวิปัสสนาภูมิแห่งตนอีกระดับหนึ่ง เพราะ “ผู้มีปัญญาแตกฉาน” ย่อมมี “ภูมิรู้-ภูมิธรรม” แตกต่างกันไป หมายถึง “ภูมิปัญญา” หรือ “ภูมิสติปัญญา” อันเกิดจากการเจริญปัญญาด้วย “ปัญญาญาณแห่งญาณทัสสนะ” ซึ่งเป็น “อำนาจพลังแห่งจิตในการหยั่งรู้” โดยปราศจากข้อจำกัดใดๆ ทั้งกาลเวลาและสถานที่ เพราะฉะนั้น “ปัญญาญาณ” จึงเป็น แนวทาง แนวคิด ระเบียบวิธี เครื่องมือ นวัตกรรม วิทยาการ เทคโนโลยี ศาสตร์ และศิลป์ ที่สำคัญในการปฏิบัติธรรม โดยสำคัญอยู่ที่ “ปรมัตถะแห่งพระนิพพาน” ขอให้ท่านผู้เจริญคุณธรรมแห่ง “อิทธิบาท ๔” รวมทั้งคุณธรรมที่เหลือใน “โพธิปักขิยธรรม ๓๗” และ “แนวทางสัมมาปฏิปทาแห่งสมาธิภาวนา” จงได้ประจักษ์เข้าใจอย่างชัดแจ้งและแท้จริงใน “สภาวธรรม” ทั้งหลายด้วย “พุทธจักขุ” หรือ “ดวงตาเห็นธรรม” เพื่อ “ความตรัสรู้อริยธรรมแห่งอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ” ในกาล ณ บัดนี้
 

 
 สไตล์การเขียนบรรยาย

ผู้เขียนบรรยาย ได้ใช้เทคนิคการเขียนแบบร้อยแก้วทั่วไป โดยการอธิายยกข้อหลักธรรมประกอบทุกขั้นตอน เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย ไม่ต้องสงสัยกับความหมายของคำ ที่เป็นชื่อของหลักธรรม ซึ่งทำให้ผู้อ่านต้องกลับไปค้นหาความหมายคำศัพท์เหล่านั้น ให้เสียเวลา หรือเกิดการขัดจังหวะในการอ่าน ในบางครั้ง ผู้อ่านจะพบว่า มีคำอธิบายหัวข้อธรรมซ้ำกันบ่อยๆ ซึ่งผูเขียนมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้อ่านเห็นซ้ำบ่อยๆ ทำให้จดจำได้ง่าย และรวดเร็วยิ่งขึ้น ในบางช่วงของเนื้อหา ผู้เขียนได้สรุปเป็นแผนภูมิหรือภาพประกอบด้วย เพื่อให้ผู้อ่านเกิด ภาพรวมเชิงองค์รวม ที่จะเข้าใจได้ง่าย ถือว่าเป็น การย่อยความคิด หรือ การสังเคราะห์ความคิด ซึ่งเป็นกระบวนการอย่างหนึ่งในการตรวจสอบความเข้าใจ ของผู้อ่านในระดับลึกยิ่งขึ้น และอย่างมีเหตุผล ผู้อ่านสามารถดาวน์โหลด พจนานุกรมพุทธศาสตร์ เพื่อนำไปใช้เป็นคู่มือในการอ่านเอกสารดังกล่าวนี้ หรือจะหาซึ้อฉบับที่พิมพ์เป็นรูปเล่มตามร้านหนังสือทั่วไป ดังนั้น ศัพท์บัญญัติ จึงมีความสำคัญมากกับผู้ที่กำลังศึกษาพระสัทธรรม เพื่อป้องกันการเข้าใจความหมาย ที่คลาดเคลื่อนจากพระธรรมคำสอน ของพระบรมศาสดาของเราทั้งหลาย


   
อำนาจแห่งกิเลสอาสวะ
 
 
ไม้ซกงก หกพันง่า (กายใจ)
กะปอมก่าแล่นขึ้น มื้อละฮ้อย (อวิชชา)
กะปอมน้อยแล่นขึ้น มื้อละพัน (ตัณหา)
โตได๋มาบ่ทัน แล่นขึ้นนำคู่มื้อๆ (กิเลส)
 
  (พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต)
      (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต วัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง จ.สกลนคร ๒๔๑๓ – ๒๔๙๒)
       
อาจารย์ใหญ่แห่งสายวิปัสสนาธุระ  
       
   
The Power of Defilements and Cankers
Onto a vaguely gigantic tree with six-thousand branches. (Body and Mind)
A big chameleon climbs it up a hundred times every day. (Ignorance)
A small chameleon climbs it up a thousand times each day. (Craving)
The one coming late also climbs it up together. (Defilements)

         
        (Noble Priest Man Phurithatto. 1469 - 1949)
       
He was the great noble priest and respective abbot who was worshiped by a majority of Thai Buddhists over the country. He was perfectly well-known for his responsibility for the obligations of insight development under the name of Wat Pa Suddhavasa, Mueng, Sakonnakorn Province, which is located in the center of city, in the Northeast of Thailand or about 890 kilometers from Bangkok. So, you can be reached there by car, bus or airplane at your convenience. As you know, Wat Pa Suddhavasa is a very lovely place and suitable for conducting your insight development. Please check out more details before you start traveling there. Safety First Policy.
 
 


 Click on DOC Files as Icon or DPF Files as Icon  (Available for Download = 20 items )
 
แก่นสารแห่งชีวิต: ด้วยสัมมาปฏิปทาจากสามัญชนสู่อริยบุคคล
The Basic Matter of Life: With the Right Path from Common Man to the Noble One
คำแนะนำในการอ่าน
 
1.
บทความทั้งรวมกันเป็นหนังสือ ๑ เล่ม มีทั้งหมด ๒๐ ตอน
2.
เนื้อหาที่สำคัญที่ต้องอ่านอย่างต่อเนื่องจากบทที่ ๑ ถึงบทที่ ๗ ตามลำดับ
3.
ให้อ่านอย่างละเอียดในหลักธรรมและลงมือปฏิบัติจริง
4.
ควรอ่านตามลำดับบท ไม่ควรอ่านข้ามบท
   
ศีกษาบทความธรรมะ
 

 
ประเภทไฟล์ข้อมูล 2554 (รูปเล่มทฤษฎีพุทธธรรม)
 1. A ปกหน้า
 2. B หน้าปก สารบัญ
 3. C บทที่ ๑ กฎแห่งกรรม
 4. D บทที่ ๒ เบญจขันธ์
 5. E บทที่ ๓ ปฏิจจสมุปบาท
 6. F บทที่ ๔ ไตรลักษณ์
 7. G บทที่ ๕ อริยสัจจ์ ๔
 8. H บทที่ ๖ โพธิปักขิยธรรม ๓๗
 9. I บทที่ ๗ สมาธิภาวนา
 10. J ภาคผนวก
 11. K ภาคผนวก-1 สัญลักษณวิทยา
 12. L ภาคผนวก-2 วิธีเจริญกรรมฐานภาวนา
 13. M ภาคผนวก-3 อารักขกรรมฐาน
 14. N ภาคผนวก-4 ฐานการภาวนา
 15. O ปกหลัง
 16. ReadMe
 17. หนังสือแก่นสารแห่งชีวิตฉบับสมบูรณ์ 2554  
 
 18. หนังสือแก่นสารแห่งชีวิตฉบับสมบูรณ์และพจนานุกรม 2554  
 
 19. พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ๑ หมวดธรรม ๒ ไทย-อังกฤษ และ ๓ อังกฤษ-ไทย  
 
 20. พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์  
 
   (Available for Download = 20 items of Buddhist Articles)    
   

หลวงปู่ทา จารุธัมโม

งานพิธีถวายเพลิงศพ
หลวงปู่ทา จำวัดอยู่ในกุฎิหลังเตี้ยๆ ไม่บรรจงวิจิตร พิสดาร มีกิริยาเรียบง่ายพองาม วันคืนผ่านไป มีผู้คนหลั่งไหลมากราบไหว้ อยู่เสมอ ผู้เขียนมีโอกาสได้กราบไหว้ ก่อนหลวงปู่ละสังขาร ๓ เดือน ได้อธิษฐานกับหลวงปู่ว่า จะพยายามเผยแพร่พระธรรม ตามโอกาสอำนวยให้ และได้กราบนมัสการหลวงปู่ ขณะที่ร่างกายกำลังเสื่อมถอย เพื่อก้าวย่างไปสู่ความแตกดับ

พุทธพจน์ หลวงปู่ทา จารุธัมโม
 
  “ทำให้ได้ ทำให้จริง ... ในการประพฤติปฏิบัตินี่
วาจาสัจจ์เป็นหนทางไม่ตาย ให้ตั้งไว้ ให้มีสัจจะกำหนดไว้
ถ้าไม่มีสัจจะก็ลังเลไปเถอะ ... จะทำอันไหนก็ให้ตั้งสัจจะ
พระพุทธเจ้าเอง ท่านก็ตั้งสัจจะเหมือนกัน
”

ชคฺคํ น สงฺเกมิ นปิ เภมิ โสตฺตุง
รตฺตินฺทิวา นานุปตนฺติมามํ
หานึ น ปสฺสามิ กุหิญฺจิ โลเก
ตสฺมา สุเป สพฺพภูตานุกมฺปี


“เราเดินทางไปในแดนสัตว์ร้ายก็ไม่หวาดหวั่น
ถึงจะนอนหลับในที่เช่นนั้นก็ไม่กลัวเกรง
คืนวันผ่านไปไม่มีอะไรให้เราเดือดร้อน
เรามองไม่เห็นว่ามีอะไรที่เราจะเสีย ณ ที่ไหนในโลก
เพราะฉะนั้น เราจึงนอนสบาย
ใจคิดแต่จะช่วยเหลือปวงสัตว์ฯ”


หลวงปู่ทา จารุธัมโม (๒๕๔๖)
SIRIPAT DHAMMA POLL






พุทธศรัทธาน้อย
ผมน้องแพนตอนครับ เมื่อช่วงเกิดน้ำท่วมปี 2554 ผมได้ไปบวชเป็นพราหมณ์น้อย ที่สำนักสงฆ์ภูน้อยสามัคคี บ้านผาแปน หมู่ที่ ๘ ต.บุฮม อ.เชียงคาน จ.เลย หลวงปู่จำรัส ปภัสสโร และทุกคนใจดีมากครับ ผมบวชอยู่หลายเดือนกับคุณแม่ ได้ช่วยงานวัดต่างๆ หลายอย่าง สวดมนต์ ไปช่วยถือของหลวงพี่บิณฑบาตร และทำความสะอาดลานวัด ท่องมนต์ได้ด้วยครับ ผมชอบมากเลยครับ สนุกดี...
   
คำอนุโมทนาบุญ
 
อานิสงส์ผลบุญอันเกิดจากผลแห่งธรรมวิทยาทานในครั้งนี้ ขอถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลวงปู่ทา จารุธัมโม สรรพสัตว์ทั้งหลายทุกชั้นภพภูมิ รวมทั้ง บิดามารดา เหล่าญาติ มิตรสหาย และเจ้ากรรมนายเวรทุกผู้ทุกนาม ณ โอกาสนี้ และขอให้บุญกุศลในครั้งนี้ จงเป็นอุปนิสัยปัจจัยแด่ผู้เขียนบรรยายและผู้อ่านทุกท่าน ในถึงพระนิพพานในปัจจุบันหรือกาลภาคหน้าตลอดไป


 

งานพิธีถวายเพลิงศพ
พระอาจารย์สุรเนตร อมโร ร่วมในงานพิธีถวายเพลิงศพ หลวงปู่ทา จารุธมฺโม พระอริยเจ้าผู้มีธรรมงามพร้อม ๙ มิถุนายน ๒๕๕๐ ณ เมรุชั่วคราว วัดถ้ำซับมืด อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ดูชุดภาพถ่ายพิธีสำคัญ

งานพิธีพระราชเพลิงศพ


พุทธคติเตือนใจ พระอาจารย์สุรเนตร อมโร
 
  “คิดให้ครอบคุมอย่างลึกซึ้ง ถึงขนาด ๓๖๐ องศา
แต่จะให้ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น ต้องลุ่มลึกถึง ๗๒๐ องศา
”
  พระอาจารย์สุรเนตร อมโร (๒๕๕๓)
คำอนุโมทนาบุญ
 
อานิสงส์ผลบุญอันเกิดจากผลแห่งธรรมวิทยาทานในครั้งนี้ (แก่นสารแห่งชีวิต: ด้วยสัมมาปฏิปทาจากสามัญชนสู่อริยบุคคล) ขอถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระอาจารย์สุรศักดิ์ พนฺธมุตฺโต (หลวงตาจื่อ - วัดป่าเขาตาเงาะอุดมพร อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ) พระอาจารย์สุรเนตร อมโร พระอาจารย์ชูชาติ ฐิตธฺมโม พระอาจารย์เสาร์ เตชะธัมโม (วัดถ้ำผาขาม อ.นาดินดำ จ.เลย) พระอาจารย์จำรัส ปภัสสโร (สำนักสงฆ์ภูน้อยสามัคคีธรรม อ.เชียงคาน จ.เลย) พระกรรมฐานด้วยสัมมาปฏิปทา คุณมานิต สุวรรณคำ อาจารย์ปราโมทย์ จำนงค์ คุณกฤษณะ พรมจิตร คุณสมบูรณ์ มาประชุม คุณสิทธิชัย เขตหนองบัว คุณเอื้อมเดือน ทองเหลือ และคุณวีระยุกต์ เขตหนองบัว คุณอัครเดช กางพรหม คุณอรสา สร้อยฟ้า ธัญญลักษมี คุณณพชร ชาติกานนท์ คุณเพ็ญจันทร์ ชาติกานนท์ ประดาสรรพสัตว์ทั้งหลายทุกชั้นภพภูมิ รวมทั้ง บิดามารดา เหล่าญาติ มิตรสหาย และเจ้ากรรมนายเวรทุกผู้ทุกนาม ที่ได้กล่าวถึงและยังไม่ได้กล่าวถึง ณ โอกาสนี้ และขอให้บุญกุศลในครั้งนี้ จงเป็นอุปนิสัยปัจจัยแด่ผู้เขียนบรรยายและผู้อ่านทุกท่าน ในถึงพระนิพพานในปัจจุบันหรือกาลภาคหน้าตลอดไป
 
ด้วยความปรารถนาดี
 
อ.นิธี ศิริพัฒน์
 
๑๒ เมษายน ๒๕๕๕



งานฉลองเจดีย์พุทธญาณมุนี
รัตนจารุธัมมานุสรณ์
หลวงปู่ทา จารุธมฺโม
๓๐ - ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒
ณ วัดถ้ำซับมืด ต.จันทึก
อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา



บทความคุณภาพ
การปฏิบัติธรรม
เว็บไซต์ Siripat.Com และ Academiae Network มีจุดมุ่งหมายในการเผยแพร่ เอกสารคุณภาพด้านพระพุทธศาสนา เพื่อให้สมาชิกทั้งหลาย ได้รับประโยชน์สูงสุด ในการศึกษาค้นคว้า การพัฒนาด้านจิตใจ และการพัฒนาด้านปัญญา เพื่อให้รู้แจ้งเห็นจริง ในสัจจธรรมโดยปรมัตถ์
บทความด้านธรรมะ



อุปสมบทภาคฤดูร้อน
ผมน้อง เจนภพ รอดศรี ครับ ผมได้บวชสามเณรภาคฤดูร้อน ๒๕๔๙ ที่ วัดดอนเมือง เป็นวัดใกล้บ้านผมครับ ผมได้บวชปฏิบัติธรรม อยู่หลายเดือนครับ คุณพ่อ คุณแม่ และญาติ มีความสุขมากที่ได้เห็นผม อยู่ในผ้าเหลือง ผ้ากาสาวพัสตร์ คือ สามเณรน้อย ทำให้ผมเป็นคนมีระเบียบมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ผมตัดสินใจ ได้ถูกต้องที่มีพระพุทธ พระธรรม และ พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง นอกเหนือจาก ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ และเครือญาติทั้งหมดของผม




ขออนุโมทนาบุญ


สาธุ! เด้อ ขอให้ได้แต่สิ่งดีๆ
มุทิตาจิต คือ ความยินดี ในเมื่อผู้อื่นอยู่ดีมีสุข มีจิตผ่องใสบันเทิง กอปรด้วยอาการแช่มชื่นเบิก บานอยู่เสมอ ต่อสัตว์ทั้งหลายผู้ดำรงในปกติสุข พลอยยินดีด้วยเมื่อเขาได้ดีมีสุข เจริญงอกงาม ยิ่งขึ้นไป



ขออนุโมทนาบุญ



สาธุ! เด้อ ขอให้ได้แต่สิ่งดีๆ
ทานบารมี คือ คุณความดีที่บำเพ็ญอย่างยิ่งยวด คือ ทาน การให้การสละอย่างยิ่งยวด ที่เป็นบารมีขั้นปกติ เรียกว่า ทานบารมี ได้แก่ พาหิรภัณฑบริจาค คือ สละให้ของนอกกาย พาหิรทาน ทานบารมีซึ่งเป็นบารมีขั้นจวนสูงสุด เรียกว่า ทานอุปบารมี ได้แก่ อังคบริจาค คือ สละให้อวัยวะในตัว เช่น บริจาคดวงตา การให้การสละอันยิ่งยวดที่สุด ซึ่งเป็นบารมีขั้นสูงสุด เรียกว่า ทานปรมัตถบารมี คือ สละชีวิต เป็นการให้ของภายใน อัชฌัตติกทาน สละให้อวัยวะเลือดเนื้อชีวิต ตลอดจนยอมตัวเป็นทาสรับใช้ เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น




การร่วมสร้างกุศลบุญและอนุโมทนาบุญ
 
การลงมือปฏิบัติธรรมด้วยการเจริญภาวนา เพื่อให้เกิดญาณทัสสนะในวิปัสสนาภูมินั้น
เป็นการสะสมบุญกุศลบารมีอันยิ่งยวดตามแบบฉบับสัมมาปฏิปทาในพระพุทธศาสนา

พุทธศาสนิกชนและสาธุชนทั่วไปสามารถรวมทำบุญกุศลด้วยแนวทาง ๘ ประการ ดังนี้
 
  1. ศึกษาทบทวนหลักธรรมจากบทความต่างๆ เหล่านี้เป็นประจำเพื่อให้เกิดปัญญาแตกฉานยิ่งขึ้น
  2. ให้คำแนะนำแก่บุคคลอื่นให้เข้ามาศึกษาธรรมะด้วยตนเอง
  3. เผยแพร่บทความธรรมะเหล่านี้ ด้วยการพิมพ์แจก หรือทำเป็นแผ่นซีดีแจก
  4. ส่งบทความเหล่านี้ผ่านระบบอีเมล์ หรือสื่อต่างๆ ในช่วงเทศกาลหรือเวลาที่เหมาะสม
  5. ประพฤติปฏิบัติตนตามวิถีชีวิตด้วยหลักธรรม “มรรคมีองค์ ๘” หรือ “มัชฌิมาปฏิปทา”
    มรรคมีองค์ ๘หรือ อัฏฐังคิกมรรค (เรียกเต็มว่า “อริยอัฏฐังคิกมรรค” แปลว่า “ทางมีองค์แปดประการ อันประเสริฐ”) มีดังนี้
    5.1 สัมมาทิฏฐิ (เห็นชอบ ได้แก่ ความรู้อริยสัจจ์ ๔ หรือ เห็นไตรลักษณ์ หรือ รู้อกุศลและ อกุศลมูลกับกุศลและกุศลมูล หรือเห็นปฏิจจสมุปบาท)
    5.2 สัมมาสังกัปปะ (ดำริชอบ ได้แก่ เนกขัมมสังกัปป์ อพยาบาทสังกัปป์ อวิหิงสาสังกัปป์)
    5.3 สัมมาวาจา (เจรจาชอบ ได้แก่ วจีสุจริต ๔)
    5.4 สัมมากัมมันตะ (กระทำชอบ ได้แก่ กายสุจริต ๓)
    5.5 สัมมาอาชีวะ (เลี้ยงชีพชอบ ได้แก่ เว้นมิจฉาชีพ ประกอบสัมมาชีพ)
    5.6 สัมมาวายามะ (พยายามชอบ ได้แก่ ปธาน หรือ สัมมัปปธาน ๔)
    5.7 สัมมาสติ (ระลึกชอบ ได้แก่ สติปัฏฐาน ๔)
    5.8 สัมมาสมาธิ (ตั้งจิตมั่นชอบ ได้แก่ ฌาน ๔)
  6. อนุโมทนาบุญด้วยการเจริญคุณธรรมในหลักธรรม “พรหมวิหาร ๔” ด้วยกิริยาที่งดงาม และมีสติสัมปชัญญะตลอดเวลา
    พรหมวิหาร ๔ หมายถึง ธรรมเครื่องอยู่อย่างประเสริฐ ธรรมประจำใจอันประเสริฐ หลัก ความประพฤติที่ประเสริฐบริสุทธิ์ ธรรมที่ต้องมีไว้เป็นหลักใจและกำกับความประพฤติ จึงจะชื่อว่าดำเนินชีวิตหมดจด ละปฏิบัติตนต่อมนุษย์สัตว์ทั้งหลายโดยชอบ ได้แก่
    6.1
    เมตตา (ความรัก ปรารถนาดีอยากให้เขามีความสุข มีจิตอันแผ่ไมตรีและคิดทำประโยชน์แก่ มนุษย์สัตว์ทั่วหน้า)
    6.2
    กรุณา (ความสงสาร คิดช่วยให้พ้นทุกข์ ใฝ่ใจในอันจะปลดเปลื้องบำบัดความทุกข์ยากเดือด ร้อนของปวงสัตว์)
    6.3 มุทิตา (ความยินดี ในเมื่อผู้อื่นอยู่ดีมีสุข มีจิตผ่องใสบันเทิง กอปรด้วยอาการแช่มชื่นเบิกบานอยู่เสมอ ต่อสัตว์ทั้งหลายผู้ดำรงในปกติสุข พลอยยินดีด้วย เมื่อเขาได้ดีมีสุข เจริญงอกงาม ยิ่งขึ้นไป)
    6.4 อุเบกขา (ความวางใจเป็นกลาง อันจะให้ดำรงอยู่ในธรรมตามที่พิจารณาเห็นด้วยปัญญา คือ มีจิตเรียบตรงเที่ยงธรรมดุจตราชู ไม่เอนเอียงด้วยรักและชิงชัง พิจารณาเห็นกรรมที่สัตว์ทั้งหลาย กระทำแล้ว อันควรได้รับผลดีหรือชั่ว สมควรแก่เหตุอันตนประกอบ พร้อมที่จะวินิจฉัยและปฏิบัติไปตามธรรม รวมทั้งรู้จักวางเฉยสงบใจมองดู ในเมื่อไม่มีกิจที่ควรทำ เพราะเขารับผิดชอบ ตนได้ดีแล้ว เขาสมควรรับผิดชอบตนเอง หรือเขาควรได้รับผลอันสมกับความรับผิดชอบของตน)
  7. เจริญหลักธรรม “อนุสติ ๑๐”
    อนุสติ ๑๐ หมายถึง ความระลึกถึงด้วยอารมณ์อันควรระลึกถึงเนืองๆ
    7.1
    พุทธานุสติ (ระลึกถึงพระพุทธเจ้า คือ น้อมจิตระลึกถึงและพิจารณาคุณของพระองค์)
    7.2 ธัมมานุสติ (ระลึกถึงพระธรรม คือ น้อมจิตระลึกถึงและพิจารณาคุณของพระธรรม)
    7.3 สังฆานุสติ (ระลึกถึงพระสงฆ์ คือ น้อมจิตระลึกถึงและพิจารณาคุณของพระสงฆ์)
    7.4 สีลานุสติ (ระลึกถึงศีล คือ น้อมจิตรำลึกพิจารณาศีลของตนที่ได้ประพฤติปฏิบัติ บริสุทธิ์ ไม่ด่างพร้อย)
    7.5 จาคานุสติ (ระลึกถึงการบริจาค คือ น้อมจิตระลึกถึงทานที่ตนได้บริจาคแล้ว และพิจารณา เห็นคุณธรรมคือความเผื่อแผ่เสียสละนี้ที่มีในตน)
    7.6 เทวตานุสติ (ระลึกถึงเทวดา คือ น้อมจิตระลึกถึงเทวดาทั้งหลายที่ตนเคยรู้ และพิจารณา เห็นคุณธรรมอันทำบุคคลให้เป็นเทวดานั้นๆ ตามที่มีอยู่ในตน)
    7.7 มรณสติ (ระลึกถึงความตายอันจะต้องมีมาถึงตนเป็นธรรมดา พิจารณาที่จะให้เกิดความไม่ ประมาท)
    7.8 กายคตาสติ (สติอันไปในกาย คือ กำหนดพิจารณากายนี้ ให้เห็นว่าประกอบด้วยส่วนต่างๆ อันไม่สะอาด ไม่งาม น่ารังเกียจ เป็นทางรู้เท่าทันสภาวะของกายนี้ มิให้หลงใหลมัวเมา)
    7.9 อานาปานสติ (สติกำหนดลมหายใจเข้าออก)
    7.10 อุปสมานุสติ (ระลึกถึงธรรมเป็นที่สงบ คือ ระลึกถึงและพิจารณาคุณของพระนิพพาน อัน เป็นที่ระงับกิเลสและความทุกข์)
  8. เจริญหลักธรรม “บารมี ๑๐”
    บารมี ๑๐ หรือ ทศบารมี หมายถึง ปฏิปทาอันยวดยิ่ง คุณธรรมที่ประพฤติปฏิบัติอย่าง ยิ่งยวด คือ ความดีที่บำเพ็ญอย่างพิเศษ เพื่อบรรลุซึ่งจุดหมายอันสูง เช่น ความเป็นพระพุทธเจ้า และความเป็นมหาสาวก เป็นต้น การบำเพ็ญบารมีแบ่งออกเป็น ๓ ระดับ ดังนี้
    8.1.1
    บารมี (ระดับสามัญ เช่น ทานบารมี ได้แก่ ให้ทรัพย์สินเงินทอง สมบัตินอกกาย)
    8.1.2 อุปบารมี (ระดับรองหรือจวนจะสูงสุด เช่น ทานอุปบารมี ได้แก่ การเสียสละอวัยวะเป็นทาน)
    8.1.3 ปรมัตถบารมี (ระดับสูงสุด เช่น ทานปรมัตถบารมี ได้แก่ การสละชีวิตเพื่อประโยชน์แก่ผู้ อื่น)

    เมื่อบำเพ็ญบารมีทั้ง ๑๐ บารมี ครบ ๓ ขั้น (รอบ) นี้ เรียกว่า “สมตึสปารมี” หรือ “สมดึงสบารมี” แปลว่า “บารมี 30 ถ้วน” หรือ เรียกว่า “บารมี ๓๐ ทัศ” คือ จำนวนสิบ ๓ ชุด (ครบ ๓ รอบ) หรือครบ ๓ “สิบ” ได้แก่
    8.2.1
    ทาน - ทานบารมี - ทานอุปบารมี - ทานปรมัตถบารมี (การให้ การเสียสละ)
    8.2.2 ศีล - ศีลบารมี - ศีลอุปบารมี - ศีลปรมัตถบารมี(การรักษากายวาจาให้อยู่ในหลักความประพฤติที่เป็นแบบแผนแห่งภาวะของตน ความประพฤติดีงามถูกต้องตามระเบียบวินัย)
    8.2.3 เนกขัมมะ - เนกขัมมบารมี - เนกขัมมอุปบารมี - เนกขัมมปรมัตถบารมี (การออกบวช ความปลีกตัวปลีกใจจากกาม)
    8.2.4 ปัญญา - ปัญญาบารมี - ปัญญาอุปบารมี - ปัญญาปรมัตถบารมี (ความรอบรู้ ความหยั่งรู้เหตุผล เข้าใจสภาวะของสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง และ รู้จักแก้ไขปฏิบัติจัดการต่างๆ)
    8.2.5 วิริยะ - วิริยบารมี - วิริยอุปบารมี - วิริยปรมัตถบารมี (ความเพียร ความแกล้วกล้า ไม่เกรงกลัวอุปสรรค พยายามบากบั่นอุตสาหะ ก้าวหน้าเรื่อยไป ไม่ทอดทิ้งธุระหน้าที่)
    8.2.6 ขันติ - ขันติบารมี - ขันติอุปบารมี - ขันติปรมัตถบารมี(ความอดทน ความทนทานของจิตใจ สามารถใช้สติปัญญาควบคุมตนให้อยู่ในอำนาจ เหตุผล และแนวทางความประพฤติหรือการปฏิบัติ ที่ตั้งไว้เพื่อจุดหมายอันชอบ ไม่ลุอำนาจกิเลส)
    8.2.7 สัจจะ - สัจจบารมี - สัจจอุปบารมี - สัจจปรมัตถบารมี (ความจริง คือ พูดจริง ทำจริง และจริงใจ)
    8.2.8 อธิษฐาน - อธิษฐานบารม - อธิษฐานอุปบารมี - อธิษฐานปรมัตถบารมี (ความตั้งใจมั่น การตัดสินใจเด็ดเดี่ยว วางจุดหมายแห่งการกระทำของตนไว้แน่นอน และดำเนินตามนั้นแน่วแน่)
    8.2.9 เมตตา - เมตตาบารมี - เมตตาอุปบารมี - เมตตาปรมัตถบารมี (ความรักใคร่ ความปรารถนาดี มีไมตรี คิดเกื้อกูลให้ผู้อื่นและเพื่อนร่วมโลกทั้งปวง มีความสุขความเจริญ)
    8.2.10 อุเบกขา - อุเบกขาบารมี - อุเบกขาอุปบารมี - อุเบกขาปรมัตถบารมี (ความวางใจเป็นกลาง ความวางใจสงบราบเรียบสม่ำเสมอ เที่ยงธรรม และดำรงอยู่ ในธรรม ไม่เอนเอียงหรือหวั่นไหวไปด้วยความยินดียินร้ายชอบชังหรือแรงเย้ายวนยั่วยุใดๆ )

อ่านบทความพิเศษ
บทความพิเศษเรื่อง “โลกียญาณกับโลกุตตรญาณ” สมาชิกจะเข้าใจในเรื่อง ระดับปัญญาที่เกี่ยวกับ ความรู้ทางโลกและทางธรรม ซึ่งเป็นกระบวนการ ของพัฒนาปัญญาว่า มีจุดเริ่มต้นอย่างไร และจุดสิ้นสุดอย่างไร ไม่ต้องลังเลสังสัยกับ กระบวนการเรียนรู้ หรือการพัฒนาปัญญาอีกต่อไป คำว่า “ญาณ” (Insight) หมายถึง ความรู้วิเศษ ความสามารถในการหยั่งรู้ หรือปรีชาหยั่งรู้ ซึ่งสามารถพัฒนาถึงความสามารถในการหยั่งรู้และเห็นแจังได้ เรียกว่า “ญาณทัสสนะ” (Insight and Vision) ซึ่งเกิดจากการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน คือ เกิดขึ้นเฉพาะในวิปัสสนาภูมิเท่านั้น มนุษย์ทุกคนสามารถ พัฒนาศักยภาพทางปัญญาดังกล่าวนี้ได้อย่างไม่จำกัด แต่ค่านิยมทางสังคมในปัจจุบันไปให้ความสำคัญกับ นักวิชาการทางโลกมากเกินไป คือ “นักวิทยาศาสตร์” เราถูกสอนให้มองข้ามทรัพยากรบุคคลที่สำคัญทางศาสนา นั่นคือ “อริยบุคคล” บางคนเกิดมายังไม่เคยรู้จัก ความหมายของคำๆ นี้ ซึ่งในความหมายลึกๆ หมายถึง “พระอริยเจ้า” ทั้งหลายนั่นเอง ผู้ดีพร้อมด้วย “ญาณทัสสนวิสุทธิ” ซึ่งหมดจดจากกิเลสอาสวะทั้งปวงแล้ว หรืออาจกล่าวได้ว่า มีความหมดจดบริสุทธิสมบูรณ์จาก “สังโยชน์” คือ กิเลสที่มัดใจสัตว์ให้ติดอยู่กับผลของกรรม ไม่ให้หลุดพ้นไปสู่การกระทำความดี เราได้มาพบพุทธศาสนาแล้วในชาตินี้ เรายังจะปล่อยโอกาสนี้อีกหรือ ท่านผู้เจริญแล้ว ...
อ่านเพิ่มเติม

อนิสงส์ของการร่วมสร้างกุศลบุญและอนุโมทนาบุญ
โอ๊ย..หนอ! ให้ข้าน้อยฯ ได้อนุโมทนาบุญหนำแหน่! อย่างแม่นคักอีหลี... เหนอะ! โดยข้าน้อยฯ สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ ... อย่างแม่นหนอ ส่าธุ ... เด้อ! เกิดมาซาดได๋กะขอให้ได้พ้อแต่พระพุทธเจ้าใญ่เด้อ... มาเด้อบัดนี่ พ่อแม่พี่น้อง มาโฮมเฮ็ดบุญหนำกัน..จ้า! ฮือๆ ๆ ๆ...เออ...ๆ ๆ ๆ ศรีนานวล...เอย!
 
อนุตตริยะ ๖ หมายถึง ภาวะอันยอดเยี่ยม สิ่งที่ยอดเยี่ยม ได้แก่ (๑) ทัสสนานุตตริยะ คือ การเห็นอันเยี่ยม ได้แก่ การเห็นพระตถาคต และตถาคตสาวก รวมถึง สิ่งทั้งหลายที่จะให้เกิดความเจริญงอกงามแห่งจิตใจ (๒) สวนานุตตริยะ คือ การฟังอันเยี่ยม ได้แก่ การสดับธรรมของพระตถาคต และตถาคตสาวก (๓) ลาภานุตตริยะ คือ การได้อันเยี่ยม ได้แก่ การได้ศรัทธาในพระตถาคตและตถาคตสาวก หรือ การได้อริยทรัพย์ (๔) สิกขานุตตริยะ คือ การศึกษาอันเยี่ยม ได้แก่ การฝึกอบรมในอธิศีล อธิจิตต์ และอธิปัญญา (๕) ปาริจริยานุตตริยะ คือ การบำเรออันเยี่ยม ได้แก่ การบำรุงรับใช้พระตถาคต และตถาคตสาวก และ (๖) อนุสสตานุตตริยะ (การระลึกอันเยี่ยม ได้แก่ การระลึกถึงพระตถาคต และตถาคตสาวก โดยสรุป คือ การเห็น การฟัง การได้ การศึกษา การช่วยรับใช้ และการรำลึก ที่จะเป็นไปเพื่อ ความบริสุทธิ์ ล่วงพ้นโสกะปริเทวะ ดับสูญทุกข์โทมนัส เพื่อการบรรลุญายธรรม ทำให้แจ้งซึ่งนิพพาน


สรรพสิ่งทั้งหลาย ล้วนอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ทุกอย่างเป็นแค่เพียงภาพลวงตาในโลกมายา
     
 
บุคคลที่ได้ชื่อว่า “ผู้เกิดพลาด” ทุกชาติ:
การบำรุงรักษาสิ่งใดๆ ในโลก การบำรุงรักษาตน คือ “ใจ” เป็นเยี่ยม จุดที่เยี่ยมยอดของโลก คือ “ใจ” ควรบำรุงรักษาด้วยดี “ได้ใจ” แล้ว คือ ได้ธรรม “เห็นใจแล้ว” คือ เห็นธรรม “รู้ใจแล้ว” คือ รู้ธรรมทั้งมวล “ถึงใจตนแล้ว“ คือ ถึงพระนิพพาน “ใจ” นี้ คือ สมบัติอันล้ำค่า จึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะมองข้ามไป “คนพลาดใจ” คือ คนไม่สนใจปฏิบัติต่อดวงใจดวงวิเศษในร่างนี้ แม้จะเกิดสักร้อยชาติพันชาติ ก็คือ “ผู้เกิดพลาด” อยู่นั่นเอง
(หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต วัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง จ.สกลนคร ๒๔๑๓ – ๒๔๙๒)
เกร็ดธรรมคำอาจารย์ใหญ่สายวิปัสสนากัมมัฏฐาน

ตัวอย่างพุทธศิลป์หลวงพระบาง
   
 
ศึกษาเอกสารธรรมะ ศีกษาบทความธรรมะ  





Powered by Academiae Network
     
 
   
 

   

 เพิ่มอาหารสมอง ด้วยการอ่านบทความเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม แห่งเส้นทางอริยสัมมาปฏิปทา FREE STUFF SPECIAL FOR YOU ลองอ่านนะค่ะ
เรามาศึกพระสัทธรรมที่แท้จริงกันดีกว่า
ศึกษาพุทธสัจจธรรมกันดีกว่า
เพื่อประโยชน์โดยปรมัตถ์แห่งชีวิต
ด้วยความไม่ประมาทในพระธรรม
 
 
 
"อยู่เฉยๆ กันได้ไหม"
แวะอ่านบทความสาะรสำคัญ - แก่นสารแห่งพุทธธรรม
ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์สูงสุด
ในการศึกษาหลักธรรมแห่งพุทธศาสนา
เพื่อการเจริญสติปัญญา และแก้ปัญหาในชีวิต
Dhamma Download <<< คลิกดาวน์โหลดที่นี่
   
 พุทธสุภาษิต:    
ผู้มุ่งประโยชน์โดยไร้อุบาย ย่อมลำบากที่จะได้ประโยชน์นั้น
 
 
     หน้าหลัก | เกี่ยวกับเรา | เอกสารธรรมทาน | สินค้าและบริการ | บริจาคทานและการกุศล | การชำระเงิน | กัลยาณมัตรสัมพันธ์ | สมัครสมาชิก | ติดต่อเรา | เว็บไซต์พันธมิตร



Copyright © 2001 - 2012 Siripat.com and Academiae Network. All rights reserved.
 

The content contained herein is being provided to you for information purposes only, No information or materials posted on this site are intended to constitute
a legal or binding relationship. Siripat.com makes no warrants or claims as to the accuracy of content posted on this website.
To the full extent permissible by applicable law, we disclaim all warranties, express or implied and will not be liable for any damages of any kind arising
from the use of this site, including but not limited to direct, indirect, incidental punitive and consequential damages.


Terms of Use and Service | Privacy Policy | Disclaimer
   
The Page Was Generated in 0,01 Sec.